ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ทฤษฎีการสื่อสารคืออะไร

1.1 ทฤษฎีการสื่อสารคืออะไร


ทฤษฎีการสื่อสาร คือความพยายามในการสร้างแนวคิดเพื่อ อธิบายกระบวนการสื่อสารหรือปรากฏการณ์ทางการสื่อสาร
ก. ทฤษฎีการสื่อสารเป็นการสร้าง (Construction) แนวคิดสิ่งที่เกี่ย? องกับกระบวนการสื่อสารว่ามีอะไรบ้าง โดยการสังเกตอย่างเป็นระบบ (systematic observation)
ข. เนื้อหาของทฤษฎีต่างๆ สามารถนําไปประยุกต์ในการ อธิบายและสร้างความเข้าใจ การสื่อสาร


การเรียนรู้ทฤษฎีการสื่อสารจะทําให้เราเป็น นักสื่อสารที่มี สมรรถวิชัยมากขึ้น ปรับตัวได้ดีขึ้น สามารถอธิบายเหตุการณ์ทางการ สื่อสารได้หลากหลายวิธี และมีประโยชน์ (Litlejohn, 1992)


1.2 ธรรมชาติของทฤษฎี
ก. ทฤษฎีต้องมีลักษณะยืนหยัดต่อการพิสูจน์
ข. คําอธิบายของทฤษฎีต้องน่าเชื่อถือ วิธีการแสวงหาความรู้เพื่อ สร้างทฤษฎีต้องเป็นที่ยอมรับในชุมชนวิชาการ
ค. คําอธิบายต้องมีลักษณะเที่ยงตรง มีการนิยามแนวคิดที่เกี่ยว ข้องอย่างรัดกุม 2
ง. คําอธิบายต้องมีเอกภาพ โครงสร้างองค์ความรู้แม้จะมีหลายแนว ความคิด ในทฤษฎีเดียวกัน ต้องมีความสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน
จ. คําอธิบายต้องมีพลังในการอธิบายปรากฏการณ์ (power of explanation) ภายในขอบเขตที่กําหนดเอาไว้


1.3 ระดับของคําอธิบายความเป็นจริง

กาญจนา แก้วเทพ (2541) ได้แบ่งระดับของความรู้หรือการ อธิบายปรากฏการณ์ความจริงเป็น 4 ชั้น กล่าวคือ


Paradigm/Wisdom : กระบวนทัศน์/ภูมิปัญญา
Theory : ทฤษฎี
Model/Construct : แบบจําลอง/กรอบแนวคิด
Hypothesis : ข้อสมมติฐาน


ก. สมมติฐาน เป็นคําอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต่างๆ
โดยมีเงื่อนไขเรื่องกาละเทศะ มาเกี่ยวข้อง (time-space bound)
ข. แบบจําลอง/กรอบแนวคิดข้อสันนิษฐาน ได้แก่ ข้อสมมติฐานที่ผ่านการตรวจสอบและพิสูจน์มาในหลายกาละ เทศะจนสามารถสร้างข้อสรุปได้ว่าความรู้เรื่องความสัมพันธ์ดัง กล่าวเป็นจริงในทุกเงื่อนไข
ค. ทฤษฎี เป็นคําอธิบายที่สูงกว่าข้อสันนิษฐาน ที่เป็นเพียงข้อยืนยันว่า “อะไรสัมพันธ์กับอะไร” ส่วนทฤษฎีจะก้าวเลยไป กว่านั้นด้วยการตอบคําถามอีกว่า “ทําไมจึงเกิดความสัมพันธ์ ดังกล่าว” และ “ความสัมพันธ์ นั้นดําเนินไปได้อย่างไร" สมรรถนะของทฤษฎีจึงอยู่ ที่ พลังอํานาจในการอธิบายปรากฏการณ์ว่า “เพราะเหตุใดและเป็นไปได้อย่างไร”
ง. กระบวนทัศน์ภูมิปัญญา เป็นระดับสูงสุดของความรู้ ซึ่งยกระดับมาจากทฤษฎีผ่านกาลเวลาที่ยาวนาน จนตกผลึกเป็น ระบบแม่บทางความคิดของความรู้ย่อยอื่นๆ
1.6 หน้าที่ของทฤษฎี
ก. จัดระบบและสรุปความรู้
ข. มุ่งสังเกศึกษาเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
ค. ช่วยสร้างความกระจ่าง (clarify) ในการอธิบาย/สร้างความเข้าใจประสบการณ์
ง. จัดโครงสร้าง และช่วยในการสังเกตการศึกษา
จ. ช่วยในการทํานายปรากฏการณ์
ช. ช่วยในการสร้าง (generate) ความคิด
ซ. ช่วยในการสื่อความคิดและควบคุมเหตุการณ์ ซ. ช่วยสร้างวิถีชีวิตใหม่ (new ways of living)


1.5 เกณฑ์ที่ใช้ประเมินทฤษฎีการสื่อสาร
ก. ชอบเขตของทฤษฎี กว้างหรือแคบ
ข. ความเหมาะสมของวิธีการ ความสอดคล้องกับข้อสันนิษฐาน
ค. คุณค่าในการช่วยสร้างแนวคิดในการวิจัย/สร้างความคิด
ง. ความเที่ยงตรงอันหมายถึงความเป็นจริงของทฤษฎีในแง่
  • คุณค่าทางปฏิบัติ
  • ความสอดคล้องของทฤษฎีกับความเป็นจริง
  • การสามารถนำไปใช้ในเหตุการณ์ต่างๆ

จ.คาวมง่ายในการเข้าใจตรรกของทฤษฎี

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เนื้อหา (Message)

ทฤษฎีข่าวสาร (Infomation Theory) ของ Claude Shannon ใน Model หรือรูปแบบจำลองการส่งผ่านข่าวสาร ได้นิยามว่า "ข่าวสาร" คือ โอกาสในการลดความไม่แน่นอน สิ่งรบกวน (Noise) คือ สิ่งที่ตัดความสามารถของช่องทาง (Channel) ในการนำ (Carry) ข่าวสารระหว่างผู้ส่งและผู้รับ วิธีที่จะลดการรบกวนทำได้โดยการเพิ่มความสามารถในการทำนายความแน่นอนของสถานการณ์ เช่น การเพิ่มความถี่ การทำซ้ำ การย้ำ การใช้คำที่ความหมายคล้ายกัน การเปลี่ยนช่องทางสื่อ ทฤษฎีความหมายของความหมาย The Meaning of Meaning ของ I.A. Richads ความเข้าใจผิดเกิดเมื่อคนคิดว่าถ้อยคำมีส่วนเกี่ยวโยงโดยตรงกับสิ่งที่กล่าวอ้าง ความจริงแล้วความหมายไม่ได้เกิดจากคำ แต่เกิดจากคน ทฤษฎีการจัดการเชื่อมโยงความหมาย ของ W.Barnett Pearce ในการสนทนาคนจะพยายามบรรลุสัมพันะภาพโดยการใช้สิ่งอ้างอิงหลายๆ แบบจากสภาพแวดล้อมและประสบการของเขา เชื่อมโยงการกระทำ และ ประสบการณลึกลับ